ประวัติความเป็นมา
ศูนย์นวัตกรรมไหมเป็นศูนย์วิจัยและพัฒนาที่ได้รับความเห็นชอบให้ดำเนินการโดยมติของสภามหาวิทยาลัย มหาสารคามเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2543 โครงการนี้เกิดจากวิสัยทัศนของรศ.ดร.ภาวิช ทองโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคามคนแรก ผึ่งมองเห็นว่าเกษตรกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม กันอย่างกว้างขวางถึงเกือบ 90 %ของจำนวนครัวเรือนในประเทศที่มีรายได้เสริมจากกิจกรรมนี้ จากวิสัยทัศน์ ดังกล่าว มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศที่ ทำการวิจัยเรื่องไหมอย่างครบวงจร และดำเนินการสร้างฐานการพัฒนาสาขาวิชา หม่อนไหม ( Sericulture ) อย่างต่อเนื่องเริ่มตั้งแต่การสร้างความ ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีเกียวโต ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านหม่อนไหมมากว่าร้อยปี (kyoto Institute Technology : KIT ) มีการส่งบุคลากรของ มหาวิทยาลัยไปศึกษาต่อระดับปริญญาเอกและ ฝึกอบรมดูงานมีการส่งนักศึกษาระดับ ปริญญาตรี จากคณะวิทยาศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และคณะเทคโนโลยี ไปศึกษาดูงานและฝึกการเลี้ยงไหมด้วย เทคโนโลยีใหม่ระยะสั้น มีการขอรับบริจากเครื่องมือการผลิตรังไหม จากสหกรณ์ การเกษตรจังหวัด Ehime ประเทศญี่ปุ่นจนกระทั่งการก่อสร้างอาคาร ศูนย์นวัตกรรมไหม ขึ้นและ เริ่มใช้อาคารนี้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2545 เพื่อเป็นที่รวมของ เทคโนโลยีให้สอด คล้องกับการผลิตรังไหมไทยพื้นเมือง พันธ์ดีในประเทศ จากนั้น จึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ปรับแล้ว ไปสู่ภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรมต่อไปพร้อมกับ การผลิตบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจด้านนี้ ความร่วมมือกับภาคเอกชน และเกษตรกร ศูนย์นวัตกรรมไหม วิจัยและพัฒนา ผลิตบุคลากร การถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ ภาคเกษตรกรรม การผลิตหม่อนและเลี้ยงไหมในระดับขั้นพื้นฐานโดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อป้อนให้กับภาคอุตสาหกรรมต่อไป ภาคอุตสาหกรรม ทำการผลิตในเชิงพาณิชย์ ส่งเสริมการปลูกหม่อนเลี้ยงไหมของเกษตร สร้างตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ